7 สุดยอดผลไม้ที่ช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย

โดย: solo [IP: 116.212.148.xxx]
เมื่อ: 2023-12-05 19:36:29
การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ เพราะน้ำมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะ และระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงยังทำให้ร่างกายชุ่มชื้น ทั้งนี้การดูดซึมของน้ำในร่างกายจะช่วยเสริมการทำงานของไต และช่วยกรองเลือด เพื่อกำจัดของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ นอกจากนี้น้ำยังเป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการผลิตออกซิเจนของเซลล์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญและการทำงานของหัวใจ อย่างไรก็ตาม นอกจากเพื่อนๆ จะดื่มน้ำเปล่าแล้ว คุณสามารถเติมน้ำให้ร่างกายโดยทานผลไม้บางชนิดค่ะ สำหรับผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักมีดังนี้

1. สับปะรด

- สับปะรดเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ขึ้นชื่อว่ามีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และมีสารต้านการอักเสบ

- สับปะรดมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 95 % และเป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำที่สามารถช่วยให้เซลล์ชุ่มชื้น และมีออกซิเจนมากขึ้น

- มีเอนไซม์ที่เรียกว่า โบรมีเลน ที่ช่วยย่อยอาหาร อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ และสารที่ช่วยทำความสะอาดในร่างกาย

- อุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และแมคนีเซียม ซึ่งจะช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยและติดเชื้อ

2. พลัม

- พลัมเป็นผลไม้ขนาดจิ๋วที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร เพราะมันสามารถช่วยให้คุณขับถ่ายได้สะดวกขึ้น แถมยังช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

- พลัมมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากถึง 87 % อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้เรามีสุขภาพลำไส้ที่ดี

- เป็นแหล่งรวมของวิตามิน และแร่ธาตุหลากชนิดที่ช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล และช่วยดีท็อกซ์เลือด

3. เชอร์รี

- เชอร์รี 10 ลูก หรือเชอร์รีที่หนัก 100 กรัม มีเพียงแค่ 63 แคลอรีเท่านั้น แต่มันกลับมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 85 %

- เชอร์รีเป็นอาหารที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นที่ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์แก่กว่าวัย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสารเบต้าแคโรทีน และวิตามินอีที่พบได้มากในเชอร์รีค่ะ

- นอกจากนี้เชอร์รียังมีสารต้านอักเสบที่ช่วยลดอาการปวดข้อได้เป็นอย่างดี แต่ประโยชน์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ การทานเชอร์รียังช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น โดยกระตุ้นให้มีการกำจัดของเสีย

4. เมลอน

- นอกจากเมลอนจะมีรสชาติที่หวานอร่อยแล้ว มันก็ยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยน้ำ โดยมีน้ำมากถึง 86 % และยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์กับสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ช่วยปกป้องเซลล์

- เมลอนมีความสามารถในการควบคุมระดับของอิเล็กทรอไลท์ในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออกมากเกินไป

ช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น เพิ่มการผลิตยูรีน และป้องกันไม่ให้ไตติดเชื้อ

- วิตามินซีที่พบได้มากในเมลอนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดี รวมถึงยังช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนในผิว

5. แตงโม

- แตงโมมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากถึง 93% ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย ซึ่งไม่ใช่เป็นเพราะน้ำในแตงโมเท่านั้น แต่แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายที่พบได้มากในผลไม้ชนิดนี้ก็มีส่วนช่วยเช่นกัน

- แตงโมมีธาตุโพแทสเซียม แมคนีเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งล้วนแต่จำเป็นต่อการควบคุมอิเล็กโทรไลท์ในร่างกาย

- วิตามินเอ และวิตามินซีที่พบในแตงโมมีสรรพคุณช่วยให้ผิวดีขึ้น และลดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อก่อนวัย

- แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ช่วยลดการคั่งของๆ เหลวในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาด และควบคุมค่า PH ในเลือด

6. เกรปฟรุต

- สาเหตุที่ทำให้เกรปฟรุตติดอยู่ในโผของผลไม้ที่ช่วยเติมน้ำให้ร่างกายก็คือ เกรปฟรุตมีน้ำมากกว่า 85% ของน้ำหนักตัว

- เกรปฟรุตเป็นผลไม้ในตระกูลซิตรัสที่มีแคลอรีต่ำ แถมยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด

- เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ไดเอท เพราะมันช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง และช่วยกระตุ้นการกำจัดสารพิษ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และสารต้านการอักเสบที่เป็นผลดีต่อสุขภาพของกล้ามเนื้อและข้อต่อ

- สารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่พบได้ในเกรปฟรุตสามารถช่วยทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ทำงานดีขึ้น และป้องกันไม่ให้คุณแก่ก่อนวัย

- พีชเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานถูกปากหลายคน และยังได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและมีพลังงานสูง

- นอกจากนี้พีชยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 89% และเป็นแหล่งของวิตามินเอและวิตามินบีคอมเพล็กซ์

- สารแคโรทีนอยด์ และโพลีฟีนอลที่พบได้ในพีชสามารถช่วยปกป้องเซลล์จากกระบวนการออกซิไดซ์เกินสมดุล และป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพ

- มีสารช่วยย่อยอาหาร และสารพรีไบโอติก ซึ่งแนะนำสำหรับคนที่มีอาการท้องผูก ยิ่งไปกว่านั้น การทานพีชยังช่วยทำความสะอาดตับ และปกป้องผิวจากสารพิษ

7. พีช

การทานผลไม้ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีดีๆ ที่ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื้น นอกจากคุณจะได้รับน้ำจากผลไม้แล้ว คุณก็ยังพลอยได้รับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพอีกหลายชนิด ดังนั้นอย่าลืมหาซื้อผลไม้ที่เรากล่าวไปมาตุนไว้ในตู้เย็นบ้าง


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 170,207